นับตั้งแต่การมาคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้สร้างบรรยากาศที่คึกคักทั้งนักเตะและกองเชียร์ มากทีเดียว
ด้วยความเป็น “ญี่ปุ่น” รับประกันคุณภาพเรื่อง “ทัศนคติ” ในงาน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า จริงๆแล้ว โค้ช ญี่ปุ่น นี่แหละดีกว่าโค้ชฝรั่ง

วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน, ความคิดอะไรไม่ต่างกันมาก แม้วินัยเราจะหย่อนหย่านกว่าก็เถอะครับ 5555 อีกทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นมีโรงงานที่เมืองไทย…

คนไทยทำงานกับ “เจ้านาย”ญี่ปุ่นเยอะแยะ แล้วทำไมพึ่งได้ โค้ชฟุตบอลทีมชาติ เป็น นิชิโนะ มาทำงาน เกมของทีมไทยผ่านไปสามนัดก่อนลงสนามนัดนี้มันมีทิศทางที่ดี

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
การซ้อม, การรวมตัว,การแข่งขัน และผลงานที่ชัดมาก คราวนี้เมื่อมีทิศทางที่ดี “ความคาดหวัง” จึงตามมา ก่อนแข่งนัดนี้อย่าว่าแต่แฟนบอลเลยครับ ผมเองก็คาดหวังว่าเราจะได้สามแต้มกลับออกมา แย่สุดคือแต้มเดียว…..

ทุกอย่างมันมีผิดคาดไปหมด…มันเป็นเพราะอะไร

ก่อนอื่นเราต้องมองสองฝั่ง เริ่มจากมาเลเซีย ก่อนครับ

แทกติก “เสือเหลือง” 4-5-1

ตัน เชง โฮ โค้ชของทีมจัดทีมในสามเกมแรกแบบนี้ครับ ผู้รักษาประตู ไฟซอล มือกาวจาก เจดีที เหมือนเดิม ปรับ แบกสองข้างครับ เน้น “ลูกครึ่ง” ฟอร์มดีในลีกเสริมทัพ

แมทธิว เดวิส แบกขวาจากปาหัง แม่เป็นคนมาเลเซีย พ่อออสเตรเลีย ซึ่งหายหน้าไป เพราะอาการบาดเจ็บ นี่กลับมาเล่นในบอลโลกรอบคัดเลือกทั้งสามนัด

คอร์บิน ออง เกิดที่ลอนดอน ไปโตที่แคนาดา แม่เป็นมาเลเซีย ตำแหน่งแบ๊กซ้าย สังกัด โยโฮ ดารุล ทาซิมหรือ jdt ทีมแชมป์ลีกมาเลเซีย คู่เซนเตอร์ ชาห์รูล จากเปรัก ยืนกับตัวเก๋าเกม ซาฟูอัน ราดซัค วัย 32 ปี จากทีม jdt

แดนกลางดัน อซาม นอร์ฮาซีห์ จากยู 23 เล่น (jdt) อยู่สโมสรเล่นปีก ติดทีมชาติ ตัน เชง โฮ ให้เล่นกองกลางตัวคุมเกม กับ เบรนดัน กัน ลูกครึ่งออสเตรเลียน-มาเลเซียนอีกคน เบรนดัน สังกัดทีมเปรัค

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
กลางรุกสามคน ริมเส้นสองฝั่งที่ทำแสบกับทีมชาติไทย จนกรกช โดนวิจารณ์วันเสมอ 2-2 นั่นคือนักเตะโอนสัญชาติแกมเบีย ที่ชื่อ ซูมาเรห์ เบอร์ 13 คงจำกันได้ เล่นทางขวา ส่วนทางซ้ายดาวรุ่งที่กลายเป็นตัวหลักขาประจำทีมชาติเบอร์ 11 ซาฟาวี ราซิด

ตัวรุก เบอร์ 20 ซยาฟิค จาก เจดีที และ แน่นอนหน้าเป้าที่ยังหาใครแทนไม่ได้ เบอร์ 9 นอร์ชารูล นั่นเอง ที่หายไปจากชุดเสมอไทย มิดฟิลด์ มาฮีนาน, อับบา เข้าๆออกๆจากข้างสนาม แบ็กขวา ซยาห์มี ซาฟารี รวมทั้ง ฮาชิม

พอลงสนาม โค้ช ตัน ปรับตำแหน่งการเล่น เขายังใช้ระบบ 4-5-1 เหมือนเดิม

ผู้รักษาประตูใช้มือสอง คาหลิด แทน ไฟซอล แบกขวา ซยามี ซาฟารี (เคยนอคทีมไทยตกรอบซูซูกิ) อายุ 21 ปี แทน แมทธิว เดวิส ที่เล่นมาตลอดสามเกมแรก

คู่เซนเตอร์ชุดเดิม ชาห์รูล และ ซาฟูอัน ราดซัค กัปตันจอมเก๋า แบกขวา คอร์บิน อัง ลูกครึ่งอีกคนหนึ่งยืน มิดฟิลด์ตัวรับ อซาม อาซีห์ มีลูกมือสองคน เบรนดัน กัน-ซยาเมอร์ อับบา

อับบา กลับมาเล่นตัวจริง อีกครั้ง ตัวรุกริมเส้น ซูมาเรห์ ด้านขวา และ ซาฟาวี ราซิด ทางขวา หน้าเป้า ซยาฟิก โดย นอชารูล ตัวเก๋า สำรองนัดนี้

ทีมไทยเปลี่ยนทั้งโค้ชและผู้เล่นในหลายตำแหน่ง อย่างที่ทราบๆกัน ขุนพลเลือดใหม่ พิธิวัตร สุขจิตธรรมกุล, เอกนิษฐ์ ปัญญา, สุภโชค สาระชาติ ก้าวเข้ามารับใช้ชาติโดยทำงานกับตัวเก๋าเกมในทีมชาติทั้ง สารัช อยู่เย็น

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธิ์ รวมทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา เกมนี้ ธีราธร บุญมาทัน ติดโทษแบนจากใบเหลือง โค้ช อะกีนะ นิชิโนะ มีทางออกของเขา

โค้ช นิชิโนะ ปรับทีมสามตำแหน่งหลักๆจากเกมที่แล้ว เซนเตอร์แบ๊กใช้ เอเลียส ดอเลาะ ที่เล่นดีกับต้นสังกัดท่าเรือ ยืนกับ มานูเอล ทอม เบียร์ แบกขวา โด แบกซ้าย กรกฏ วิริยะอุดมสิริ แทน อุ้ม ธีราทร ที่โดนแบน

มิดฟิลด์คู่กลาง สารัช กับ พิธิวัต เจ กลับมาลงสนามได้ และประสานงานกับ เอกนิษฐ์ และ สุภโชค ตอนแรก เอกนิษฐ์ เล่นทางซ้าย สุภโชค ทางขวา เจ ตัวรุก อิสระ มุ้ย หน้าเป้า ในรูปแบบ 4-2-3-1

ครึ่งแรก “โค้ชเสือเหลืองปรับเกมเร็ว”

1-0 ประตูขึ้นนำเร็วของทีมไทยจากการโจมตีครั้งแรก ทำให้ เจ้าบ้านรวน การเข้าทำเร็ว แม่น ทริสตอง โด ให้ เอกนิษฐ์ หลุดเข้าเขตโทษ จากนั้นจ่ายบอลตัดหลังให้ เจ วิ่งเข้ามาดีดเร็ว 1-0 แค่6นาที รูปเกมหลังจากนั้นเสือเหลืองปั่นป่วน ออกลูกสะเปะสะปะ บอลไม่ถึงเขตโทษไทยนานถึง 15นาที

จากนั้นระหว่างนาทีที่ 15 จนถึงช่วงที่ไทยโดนตีเสมอ นาทีที่ 26 โค้ช ตัน ให้ ซูมาเรห์ ไปเล่นด้านซ้าย และ ซาฟาวี ราซิด มาเล่นด้านขวา แดนกลางเสือเหลืองเริ่มแย่งบอลทีมไทยได้ ทำให้ไทยไม่ได้ครองบอลเลย จากนั้นบอลจะให้ ซูมาเรห์ ทำเกม จนนำไปสู่การได้ประตูตีเสมอ

1-1 เบอร์ 14 ซยาเมอร์ อับบา วิ่งไปที่ว่างด้านหลัง โด จังหวะนั้น การเล่นเกมรับไทย พลาดตรงการ “สอดซ้อน”

1 เซนเตอร์ มานูเอล ทอม เบียร์ ต้องซ้อน เมื่อ ซยาเมอร์ หลุด

2 เมื่อไม่ซ้อน สารัช อยู่พื้นที่แถวหลัง โด คงต้องวิ่งไปปิดการเปิดบอลของ เบอร์ 14 อับบา

3 เมื่อ อับบา หลุดถึงเส้นหลัง จ่าย คัตแบก มาให้ เบอร์ 15 เบรนดัน กัน แปเข้าไป ขาอยู่ในวงล้อมของ สามนักเตะไทย พิธิวัตร, เบียร์ และ กรกฏ ที่เข้าไปข้างใน โดย เอเลียน ดอเลาะ ออกมาอยู่ตำแหน่งแบกซ้าย ของกรกฏ!!!!

จากนั้นเกมครึ่งแรก…ไม่ได้ไม่เสียต่อกัน แต่ดูเหมือน ทีมไทยเล่นเกมไม่ได้ เจ, เอกนิษฐ์, สุภโชค และ มุ้ย ไม่มีการประสานงานแนวรุกกันเลย แบกสองข้างก็เติมไม่ได้…เท่ากับว่าหลังเสมอ 1-1 ทีมไทยแทบไม่ได้เล่นเกม

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
ครึ่งหลัง “เสือเหลืองย่ามใจลุย”

10 นาทีของครึ่งหลัง มาเลเซีย ได้ใจ ลุยแหลกกดดันทีมไทยทันที จุดที่น่าสนใจคือแดนกลางของมาเลเซีย แย่งบอลได้และเปิดเกมด้านข้างได้ดี โค้ช ตัน ไม่ใช่แบกสองข้างเติมด้านข้างแต่ให้ แดนกลางไปช่วย ซูมาเรห์ กับ ซาฟาวี

จนได้ประตูขึ้นนำทีมไทย ซึ่งเกมรับไทยพลาด เช็กล้ำหน้าไม่ดี จังหวะ เบรนดัน กัน ชิพบอลเร็วข้ามคู่เซนเตอร์ โดยดอเลาะ จะเข้ามาเล่นไม่ทัน บอลข้ามหัว โดย ซูมาเรห์ ยืนว่าง แถวนั้น พิธิวัตร ถอยไปเป็นกองหลัง

พอดูภาพช้า…ทริสตอง โด ก็ยืนห้อยคนเดียว ซูมาเรห์ ยิงเต็มแรงบอลกระแทกคานตุงตาข่าย เสือเหลืองนำ 2-1 น. 56

10 นาทีเต็มๆที่ เล่นเกมรุกเร็วใส่ทีมไทย จนขึ้นนำ จากนั้นจนถึงนาทีที่ 70 ทีมไทยกลับสู่เกมไม่ถนัด ได้ครองบอลจริง แต่ทำเกมรุกไม่ได้ ถนัดมาก ส่วนมาเลเซีย ก็เน้นทำลายจังหวะทีมไทย แดนกลางตัดบอล ตัดฟาวล์ เบรกเกมจนไทยก็ไม่ปะติดปะต่อ

10 นาทีสุดท้าย มาเลเซีย เริ่มถอยมาตั้งรับ ก่อนรักษาผลแข่งขันเอาไว้ได้ ชนะทีมไทย2-1 มี 6แต้มจากสี่นัด แอบลุ้นเข้ารอบด้วยเลย

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
บทสรุปนัดที่ 4 ของทีมไทย

1 โค้ชตัน เน้นพลังหนุ่ม ความสดสู้

อันนี้ชัดเลยการจัดตัวของโค้ช ตัน คือ “เน้นความสด มีกัปตันทีม ราดซัค เซนเตอร์ คุมหลังที่อายุ 32 ปี คอร์บิน ออง ที่อายุ 28 และ เบรนดัน กัน วัย 31 ปีเท่านั้น นอกนั้นอายุเฉลี่ย 22-25 ปี

โค้ช ตัน ในฐานะที่รู้จักเด็กเยาวชนเสือเหลืองมานาน ใช้ความสดสู้ อายุเฉลี่ยทีมชุดนี้คือ 25.9 ปี เลือกเด็กสดๆ ที่ผ่านเกมทีมชาติมาบ้าง ในซูซูกิ และซีเกมส์ สู้ทีมไทย

การถอดตัวเก๋าๆในสองสามเกมแรกออก กระทั่ง นอชารูล หน้าเป้าตัวเก๋ายังต้องพักนั่งดู จุดนี้มีผลแดนกลางที่สามารถ “ทำลาย” จังหวะการเล่นบอลของทีมไทยได้ผล คิดดูขนาดเปลี่ยนตัวสำรองยังใช้เด็กอายุ 20 ปี ลงมาเลย (ราชิดเบอร์19)

การใช้พลังสด หมายถึงการเล่นทั้ง โซน เพรสซิง (กดดันพื้นที่) และโซน มาร์คกิ้ง ประกบติดไม่ให้ออกบอลง่ายๆ จังหวะ 50-50 ของไทยจึงไม่ได้เหนือกว่า หรือถึงบอลเร็วกว่าผู้เล่นมาเลเซีย

แนวคิด พลังหนุ่ม จึงเป็นการวางเกมแพลนเพื่อ “ทำลาย” การเล่นเกมรุกของไทย ดังนั้น 4 ประสานแนวรุกของไทยจึง “ไม่ได้ประสานงาน”เพราะโดนปิดการเล่น ส่วนการได้ประตู ของพวกเขานั้นมาจากจังหวะลงโทษ “เกมรับ” ของไทยที่ดูหลวม

2 การจัดระเบียบ “เกมรับ” ไทยมีปัญหา

สองลูกชัดเจนที่เสียให้ มาเลเซีย การสอดซ้อน พื้นที่หลังแบกในลูกแรก ที่ ทอม เบียร์​ และ สารัช คงต้องรับผิดชอบ เบอร์ 14 แดนกลาง อับบา ขึ้นเติม แล้วจังหวะที่คัตแบกเข้ามา ในวงล้อม กรกฏ ไปอยู่ตำแหน่งเซนเตอร์ เอเลียส มาอยู่ตำแหน่งแบกซ้าย พิธิวัตร ยืนใกล้ๆกับ เบรนดัน กันคนยิง

ลูกสอง พื้นที่หน้าเขตโทษของเรา มีกองกลางคือ เบรนดัน กัน ยืนว่าง มิดฟิลด์ตัวตัดเกมหาย…พอ ดอเลาะจะเข้ามาเล่น โดนชิพข้ามหัว ตรงนั้น ซูมาเรห์ ว่าง… ขณะที่ พิธิวัตร ยืนกองในเขตโทษ ทริสตอง โด ก็ยืนห้อยพอดี

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
นี่อาจเป็นจุดที่ทำให้เสียสองลูก และเป็นจุดที่ไปเสริมความเชื่อมั่นในการเล่นของเสือเหลือง นอกจากนี้ คู่เซนเตอร์ของไทยดู “ช้า” เมื่อเจอความคล่องตัวของ ซาฟาวี, ซูมาเรห์

3 เกมรับเสือเหลือง “รัดกุม”

ในทางตรงกันข้าม มาเลเซีย พลาดครั้งเดียวคือ 5-6 นาทีแรกของเกม แต่หลังจากเสียประตูให้ทีมไทยแล้ว… แบกโฟร์ ยืนกันแน่น ราดซัค กัปตันทีมคุมเกมรับยืนกันได้ดี และไม่ขึ้นเติมด้วย ให้หน้าทำ จึงเฝ้าระวังหลังเพื่อไม่ให้ทีมไทยเล่นเกมเร็วได้ง่ายๆ

อีกทั้งแดนกลางทั้ง สาม บวกปีกสองข้างเป็น 5 บีบเข้ามาเร็วจนแน่น ทั้งตัดฟาวล์ ทำลายเกมแดนกลางไทยได้และยืนคุมพื้นที่ได้ดี

4 เจ หายไปไหน….

เจ ไม่ได้หาย แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า แดนกลางของมาเลเซีย ทั้ง เบอร์ 8 อซาม อาซีห์, กัน เบอร์ 15 และ เบอร์ 14อับบา สลับกันมาไล่แย่งตัดฟาวล์ ที่สำคัญต้องชมโค้ช ตัน นอกจากใช้แดนกลางมาคอยไล่ตามแย่งบอลแล้ว

ยังหนีเกมแดนกลางของไทยไปเล่นด้านกว้างเพื่อใช้ความเร็วของตัวริมเส้น เพื่อหนีการทำเกมรุกของ เจ ไปในตัว ดังนั้น เจ จึงมีโอกาสทำเกมรุกได้ยาก ในฐานะตัวรุกที่ยืนหลัง ธีรศิลป์

5 ไทยกลับสู่เกมไม่ได้…

พอเสีย 2-1 จะว่าไปมีเวลา 35 นาทีในการไล่ตามตีเสมอ แต่ทีมไทยกลับสู่เกมที่ถนัดไม่ได้ ไม่สามารถปั้นเกมรุกได้ แดนกลาง รวมทั้งแบกสองข้าง ขึ้นเกมรุกได้ค่อนข้างยากด้วยเช่นกัน การแก้เกม ส่ง ศิวกร เตียตระกูล ลงมา คนเดียวแทน สารัช
ที่สำคัญพอเสียบอลแดนบน, แดนกลาง มาเลเซีย มีพื้นที่ในการโต้กลับ

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
มีโอกาสโดนลูกสาม….หลายครั้ง เวลาผ่านไปรูปเกมไม่ดีขึ้นมากนัก ในแง่ของการเล่นเกมรุก ส่วนช่วง 10 นาทีสุดท้ายจึงค่อยเปลี่ยนอีกสองคน บดินทร์ ผาลา และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้บุกกดดันตามจังหวะ เพราะเสือเหลืองถอยไปรับทั้งทีม
นี่คือสิ่งที่ต้องเจอเมื่อ…เสียประตูให้คู่แข่ง จะกลับสู่เกมได้ยังไง

6 อาถรรพ์ บูกิต จาลิล ไม่ชนะ15 ปี

สังเวียนแข้งที่ทีมไทยไม่ชนะมา 15ปี นับจากเปิดใช้เมื่อปี 2001 ในกีฬา ซีเกมส์ โดยไทยเจอเสือเหลือง ที่สนามแห่งนี้ครั้งแรกปี 2004 ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน คือนักเตะคนเดียวที่หลงเหลือจากชุดนั้น (แพ้ 2-1)

ถอยหลังไปอีกปี 2012 ในอาเซียน คัพ เสมอ 1-1 ยุคโค้ช ซิโก้ แพ้ 2-3 นัดชิงนัดที่สอง..แต่คว้าแชมป์ ล่าสุดเอเอฟเอฟ ซูซกิ คัพ รอบรองปีก่อน 0-0 ระยะเวลา 15 ปีดูนาน แต่แข่งกันไม่กี่ครั้งเองที่ บูกิต จาลิล ก็เป็นสถิติที่ “เมค” ออกมาดูน่ากลัว ว่ากันตามจริงนะครับ

ผมว่า “ไม่ชนะ” นี่น่าจะมีความถี่เยอะกว่านี้ แข่งกัน 4 ครั้งในบูกิต จาลิล เสมอ 3 แพ้ 1 นับว่าน้อยไปในเชิงสถิติ บางทีเรา claim กันดูน่ากลัวเหมือนเป็นอาถรรพ์ สัก 10 ครั้งไปแล้วน่าจะพอมากล่าวอ้างกัน 55 (ขำทำไม)

โอเค…นี่เกมที่ 5 ที่เล่นที่นี่ในรอบ 15 ปีผมว่าน้อยเกิน ที่จะบอกว่ามันคืออาถรรพ์แม้เราจะแพ้ 3 เสมอ 2 ผมไม่ค่อยเชื่อข้อนี้ครับ

6 ต้องให้เครดิต โค้ช ตัน เชง โฮ

การโดนนำ 1-0 เร็ว….แล้วตั้งสติ ตั้งหลักจนกลับสู่เกมได้ ทำตามเกมแพลนที่ต้องการคือ “พลังสด” บด สู้ ไทย จนลงลอคเมื่อเกมรับไทยหละหลวมในการป้องกัน 2 ลูกที่ได้คือโบนัสจากการเล่นได้ตามแผนของ โค้ชตัน

ทำลายเกมแดนกลางและการรุกของไทยด้านข้างได้ ปีกสองข้างทั้ง ซาฟาวี และ ซูมาเรห์ ช่วยเกมรับได้ดี แล้วเมื่อถึงเกมรุกใช้ความคล่อง ความเร็วสู้กับแบกสองข้างทีมไทยดีมาก แดนกลาง เบรนดัน กัน กับ ซยาเมอร์ อับบา ช่วยเติมเกมรุกบวก ซยาฟิค หน้าเป้า พวกเขาเล่นเกมรุกแค่ 5 คนในเกมสวนกลับ

เมื่อไทยแพ้ เสือเหลือง
มันเป็นสองแรงบวก….ในชัยชนะที่มาจาก “เกมแพลน” โค้ชตัน ทำลายเกมทีมไทยได้…สวนกลับแล้วได้ประตู จึงชนะได้สามแต้ม ร่วมลุ้นเข้ารอบได้อีกทีม

อังคารที่ 19 พ.ย. บุกเยือนเวียตนาม ทีม “สปิริต” สูง วินัยเยี่ยม เล่นกันแล้วทำให้เหนื่อย วิ่งไม่มีหมด…. ตามแบบฉบับโค้ชเกาหลี ปาร์ค ฮัง ซอ งานยาก….อาจเกิดขึ้นกับทีมไทย

แต่เราต้องตั้งสติ รวมพลังกันใหม่ นำความพ่ายแพ้จากเกมนี้…เปลี่ยนให้มันเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อ “ชัยชนะ” ที่บ้านของเวียดนามให้ได้

By admin