สำหรับอนาคตของ ปอล ป็อกบา ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยนักเตะมีข่าวออกมาเป็นระลอกเกี่ยวกับการย้ายหนี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตอนนี้ต้นสังกัดจำเป็นต้องคิดให้ละเอียดว่าพวกเขาจะฝืนยื้อนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป หรือจะขายออกไปเพื่อนำค่าตัวไปซื้อผู้เล่นใหม่มาเสริมแกร่ง

แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เป็นกองกลางพรสวรรค์ และมีความสำคัญกับ “ผีแดง” ในเวลานี้ อย่างไรก็ตามอนาคตของเขากับทีมก็ไม่มีความแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณหลายๆ อย่างที่บ่งชี้ว่า ป็อกบา ดูเหมือนจะหมดใจกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของนักเตะจะเหลือถึงปี 2021 และมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปีก็ตาม แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มี 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาอาจตัดสินใจปล่อย อดีตสตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

1.  การขาย ป็อกบา ช่วยให้ทีมมีเงินทุ่มซื้อแข้งใหม่ซัมเมอร์นี้

ต้องยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่ได้ใช้ ปอล ป็อกบา เลยโดยนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มการเล่นระดับสูงเอาไว้ได้

ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าการจะทำแบบนั้นได้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเสริมขุมกำลังใหม่ในตลาดพ่อค้าแข้ง โดยพวกเขาเพิ่งได้นักเตะชั้นดีอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงต้องพยายาม และทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับค่าตัวสำหรับ ป็อกบา อย่างเหมาะสมในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะตอนนี้ทีมจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ ทั้งตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์, กองหน้า และปีกขวามาเสริมทัพ รวมไปถึงมิดฟิลด์ตัวรับ หากเกิดกรณีที่ เนมานย่า มาติช โบกมือลาสโมสร

ช่วงที่ผ่านมา โซลชา วางแผนที่จะใช้ผู้เล่นดาวรุ่งผสมกับนักเตะพรสวรรค์เพื่อสร้างทีมแห่งอนาคตขึ้นมา ฉะนั้นการที่ทีมได้เงินค่าตัวจาก ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ จะทำให้พวกเขามีงบประมาณในการคว้านักเตะซูเปอร์สตาร์ชั้นยอดเข้ามาเสริมแกร่ง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรปล่อย ป็อกบา ออกไป

2. สัญญา ป็อกบา จะหมดในปี 2021

กองกลางแชมป์โลก 2018 จะอายุครบ 27 ปีในเดือนมีนาคมนี้ ที่สำคัญสัญญาของนักเตะจะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายซะด้วย โดยจากสัญญาฉบับเดิมของเขาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ “เร้ด เดวิลส์” มีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่ม 1 ปี แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ไม่มีมีแววที่นักเตะอยากจะอยู่ในถิ่นโอล์ด แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “ผีแดง” จำเป็นต้องพิจารณาในการปล่อยเขาออกไป

ความจริงแล้ว ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส มีค่าตัวค่อนข้างสูงมาก และค่าเหนื่อยก็แพงแสนแพง ซึ่งนั่นหมายความว่าคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะหาสโมสรไหนที่จะสนใจทุ่มเงินเพื่อดึงเขาไปร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูง และแสดงความสนใจในตัว ป็อกบา มาตลอด แถมยังยินดีไม่มีปัญหาในการจ่ายไม่อั้นเพื่อนำนักเตะมาร่วมทีม

นอกจากนี้ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ก็เป็นอีกทีมที่อยากได้ ป็อกบา กลับมาโชว์เพลงแข้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มีศักยภาพด้านการเงินซึ่งสามารถจ่ายไม่อั้นจนทำให้นักเตะพึ่งพอใจได้สบายๆ ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ขาย ป็อกบา ออกไปในช่วงซัมมอร์นี้ อาจจะทำให้พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เป็นไปได้

เหตุการณ์เลวร้ายที่ว่าก็คือ ป็อกบา อาจจะฝืนใจอยู่เล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีสุดท้ายของสัญญา และนั่นจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีข้อจำกัดในการต่อรองเรื่องเจรจาขายนักเตะออกไป ที่สำคัญพวกเขายังเสี่ยงที่จะเสียนักเตะแบบฟรีเอเยนต์หากไม่มีดำเนินการอะไรในตอนนี้     กระนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะใช้ออปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี โดยหวังว่านักเตะจะโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนเดิม เพื่อโอกาสที่ค่าตัวของเขาจะเพิ่มสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องขาย จะได้ค่าตัวที่สมเหตุสมผลนั่นเอง

 3. ขาดแรงจูงใจในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ป็อกบา ตกเป็นข่าวหนาหูหลังจากที่เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ อยากที่จะโบกมือลา “ผีแดง” ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกจะปิดตัว ซึ่งในเวลานั้น เรอัล มาดริด ที่มี ซีเนดีน ซีดาน กุมบังเหียน พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทันที

สำหรับ ป็อกบา แล้วเขาแสดงออกแบบไม่มีกั๊กว่าอยากร่วมงานกับ ซีดาน และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลายๆ ฝ่ายต่างลุ้นระทึกว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกระชาก อดีตกองกลาง “ม้าลาย” ยูเวนตุส มาร่วมทีมได้หรือไม่ แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และ ป็อกบา ก็ต้องสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” ต่อไป

กระนั้นนับตั้งแต่เปิดซีซั่น 2019/2020 ป็อกบา ได้ลงเล่นแค่ 8 แมตช์เท่านั้น โดยที่เป็นตัวจริงแค่ 6 เกม เหตุผลที่เขาได้เล่นน้อยเพราะปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า และต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งทำให้เจ้าตัวไม่สามารถช่วยทีมได้จนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้

ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ป็อกบา แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่มีแรงกระตุ้น และความท้าทายในการที่จะเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัยอีกต่อไป

ย้อนไปตอนที่นักเตะย้ายกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาคาดหวังว่า “ผีแดง” กำลังกลับมาสู่ยุคใหม่ แต่โชคร้ายที่ไม่เป็นแบบนั้น โดยนักเตะทำได้เพียงแค่คว้าแชมป์คาราบาว คัพ กับ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นแรกขณะที่ฤดูกาลที่สองคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก

แน่นอนว่า ป็อกบา รู้สึกว่าเขาสมควรที่จะได้อะไรที่มากกว่านี้ในการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่กลับไม่เป็นดั่งที่ใจฝัน และทำให้รู้สึกหมดแรงจูงใจในการเล่นกับทีม ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องฉลาดนักที่จะยื้อเขาเอาไว้กับทีมอีกต่อไป

By admin