และแล้วการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2020 ณ โรงละครครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ได้เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว โดย 4 นักสอยคิวที่ผ่านมาถึงรอบตัดเชือก มีดังนี้
สายบน ไคเรน วิลสัน มือ 8 ของโลกจากอังกฤษ ผู้โค่นแชมป์เก่าอย่าง จัดด์ ทรัมป์ มือ 1 ของโลกจากชาติเดียวกันมาได้ในรอบที่แล้ว จะพบกับ แอนโธนี่ แม็คกิลล์ มือ 39 ของโลกจากสกอตแลนด์ ที่เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก

ส่วนสายล่าง นับเป็นคู่ที่น่าดูอย่างยิ่ง เมื่อ ”เดอะ ร็อกเกต” รอนนี่ โอซัลลิแวน นักสอยคิวมือ 6 ของโลกชาวอังกฤษ อดีตแชมป์โลก 5 สมัย จะโคจรมาพบกับ ”ฉลามหิน” มาร์ค เซลบี้ มือ 7 ของโลกจากชาติเดียวกัน ที่เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 3 สมัย

เชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบ รอนนี่ โอซัลลิแวน คงจะสมหวังไปตามๆ กัน เมื่อได้เห็นนักสนุกเกอร์ขวัญใจมหาชนรายนี้ พลิกสถานการณ์เอาชนะ มาร์ค เจ.วิลเลี่ยมส์ มือ 3 ของโลกจากเวลส์ ไปได้ในที่สุด 13-10 เฟรม หลังจากวันแรกตามหลังไปก่อน 2-6 เฟรม

“รอนนี่ – เซลบี้ “คู่เอกรอบตัดเชือกศึกชิงแชมป์โลก 2020
พร้อมกับทำให้นักสอยคิววัย 44 ปี เข้าสู่รอบตัดเชือก ณ สังเวียนครูซิเบิล เป็นครั้งที่ 12 และยังอยู่ในเส้นทางการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม คู่ต่อกรด่านต่อไปของเขา มิอาจมองข้ามได้ เพราะ มาร์ค เซลบี้ เคยดับฝัน รอนนี่ จนชวดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 มาแล้ว ในศึกชิงแชมป์โลก 2014 เมื่อ 6 ปีก่อน

ในศึกชิงแชมป์โลก 2014 มาร์ค เซลบี้ คว้าแชมป์โลกหนแรกไปครองได้อย่างยอดเยี่ยม จากการพลิกกลับมาเอาชนะ รอนนี่ โอซัลลิแวน ในรอบชิงชนะเลิศ ไปอย่างเหลือเชื่อ 18-14 เฟรม ทั้งๆ ที่ในวันแรก (เซสชั่น 1 กับ 2) ”เดอะ ร็อกเกต” เป็นฝ่ายนำ 10-7 เฟรม

นั่นคือการเจอกันครั้งสุดท้ายของทั้งคู่ ในสังเวียนครูซิเบิล เธียเตอร์ และเป็นเพียงครั้งเดียวที่ รอนนี่ ปราชัยให้กับคู่แข่ง ในศึกชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศ

แม้เกือบจะเอาตัวไม่รอด ในแมตช์รอบ 16 คนสุดท้าย ที่เฉือนชนะ ”หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ มือ 42 ของโลกชาวไทย ไปอย่างหวุดหวิด 13-12 เฟรม ทว่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ มาร์ค เซลบี้ กลับสำแดงผลงานได้อย่างร้อนแรง ด้วยการเอาชนะเต็ง 3 อย่าง นีล โรเบิร์ตสัน มือ 2 ของโลกจากออสเตรเลีย ไปอย่างขาดลอย 13-7 เฟรม

“รอนนี่ – เซลบี้ “คู่เอกรอบตัดเชือกศึกชิงแชมป์โลก 2020
จนทำให้ผู้สันทัดกรณีแห่งวงการคิวโลกหลายคนต่างมองว่า นักสอยคิวจากเมืองเลสเตอร์ ยังมีดีพอที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้ไปครอง หากสามารถออกคิวได้อย่างไหลลื่น เหมือนแมตช์ที่ต้อน นีล โรเบิร์ตสัน ไปอย่างขาดลอย

การโคจรมาพบกันในรอบรองชนะเลิศ ระหว่าง รอนนี่ โอซัลลิแวน กับ มาร์ค เซลบี้ ได้ทำให้แฟนสนุกเกอร์จำนวนไม่น้อย ต่างรู้สึกเสียดายไปตามๆ กัน เพราะอยากให้มาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศมากกว่า อีกทั้งฟอร์มกำลังเข้าฝักเหมือนกันทั้งคู่

สำหรับสถิติการพบกันก่อนหน้านี้ 29 ครั้ง ปรากฏว่า รอนนี่ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า จากการเอาชนะไปได้ 18 ครั้ง ส่วน เซลบี้ เป็นฝ่ายชนะ 10 ครั้ง ขณะที่การพบกันอีก 1 ครั้ง จบลงด้วยผลเสมอ

อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะการเจอกันในสังเวียนครูซิเบิล เธียเตอร์ ปรากฏว่า ”เดอะ ร็อกเกต” ยังไม่เคยเป็นฝ่ายเอาชนะได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยเป็น เซลบี้ ที่เอาชนะไปได้ทั้ง 2 ครั้งที่พบกัน ณ สถานที่แข่งขันแห่งนี้ ประกอบด้วยศึกชิงแชมป์โลก 2010 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่เอาชนะ 13-11 เฟรม และศึกชิงแชมป์โลก 2014 รอบชิงชนะเลิศที่เอาชนะ 18-14 เฟรม

“รอนนี่ – เซลบี้ “คู่เอกรอบตัดเชือกศึกชิงแชมป์โลก 2020
สิ่งนี้ได้บ่งชี้ให้เห็นว่า หากแข่งขันแบบเกมมาราธอนยาวๆ ที่ดวลคิวตั้งแต่ 3 เซสชั่นขึ้นไป มาร์ค เซลบี้ จะทำได้ดีกว่า

ในศึกชิงแชมป์โลก 2014 รอบชิงชนะเลิศ เชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์คงจำได้ดี กับภาพที่ มาร์ค เซลบี้ ใช้แท็กติกดึงให้เกมช้า กว่าจะก้มไปลงแทงในแต่ละชอตได้เดินวนรอบโต๊ะไปๆ มาๆ อยู่หลายรอบ จนทำให้ รอนนี่ ออกอาการประสาทเสียและแทงหลุดไปเอง

คาดว่าในเกมรอบรองชนะเลิศในครั้งนี้ นักสอยคิววัย 37 ปี จะนำแท็กติกดังกล่าว มาใช้ต่อกรกับ รอนนี่ อีกครั้งอย่างแน่นอน

กระนั้นก็ตาม ”เดอะ ร็อกเกต” ก็ยังถูกมองว่า มีโอกาสมากกว่าใครเพื่อน ที่จะคว้าแชมป์โลกหนนี้มาครอง เมื่อร้านรับพนันของอังกฤษหลายสำนัก ยังยกให้เขาเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์, ด้านเต็ง 2 เป็น ไคเรน วิลสัน ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าชิงเป็นครั้งแรกได้ไม่ยาก

ขณะที่ มาร์ค เซลบี้ ต้องหล่นมาเป็นเต็ง 3 เนื่องจากต้องดวลกับ รอนนี่ ในรอบรองชนะเลิศนั่นเอง ส่วน แอนโธนี่ แม็คกิลล์ ม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ ถูกวางให้เป็นเต็ง 4

“รอนนี่ – เซลบี้ “คู่เอกรอบตัดเชือกศึกชิงแชมป์โลก 2020

สำหรับการแข่งขันรอบรองชนะเลิศจะแข่งในระบบ 17 ใน 33 เฟรม หรือใครชนะถึง 17 เฟรมก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ และการแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็น 4 เซสชั่นด้วยกัน โดยเซสชั่นที่ 1, 2 และ 3 จะแข่งกัน 8 เฟรม ส่วนช่วงที่ 4 จะดวลคิวกัน 9 เฟรม (หรือน้อยกว่านั้นหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะถึง 17 เฟรมก่อน)
และในรอบนี้ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะลดจำนวนโต๊ะแข่งจาก 2 โต๊ะ ให้เหลือเพียงโต๊ะเดียว พร้อมกับจะมีการเปลี่ยนผ้าสักหลาดผืนใหม่อีกด้วย

By admin